ยุคแห่งการลงโทษ
  ช่วงเวลาแห่งสันติ

ชั่วระยะเวลาหนึ่ง โลกได้กลับสู่สันติสุขและมนุษย์ก็อยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นอย่างกลมกลืน

แต่ความหวาดกลัวในอดีตยังคงยึดติดอยู่ในหัวใจ และเนื่องจากปิศาจบางตนยังเป็นอิสระอยู่ มนุษย์จึงพัฒนาวิธีจับพวกปิศาจที่เหลืออยู่

มนุษย์ใช้พลังเวทมนตร์ที่มีอำนาจสูงสุดของอักษรรูนส์สร้างรูปสลักหินขนาดใหญ่ที่มีพลังมากพอ ๆ กับมังกร เจ้าอสูรกายเลือดเย็นนี้ตัดสินใจกระทำการใด ๆ ได้ด้วยตนเอง อสูรกายนี้เรียกกันว่า “ผู้พิทักษ์” สันติสุขยังคงอยู่ได้ตราบใดที่มีมันคุ้มครองอยู่

เหล่ามนุษย์ที่เหลืออยู่รวมตัวกันเพื่อสร้างชาติใหม่ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติกับชาติอื่น ช่วงเวลาก่อนที่จะย่างกรายเข้าสู่หายนะที่ตามมาในไม่ช้าเรียกกันว่า Epoch of Peace (ช่วงเวลาแห่งสันติ)

 
  ช่วงเวลาแห่งมรสุม

หลังจากช่วงเวลาแห่งสันติ ช่วงเวลาแห่งมรสุมก็เริ่มขึ้น

ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่นอนของยุคนี้ได้ สิ่งเดียวที่รู้กันไปทั่วเกี่ยวกับยุคนี้คือเหล่าผู้พิทักษ์มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้สร้างมันขึ้นมาคงลืมไปว่าอารยธรรมย่อมมีวิวัฒนาการ อีกทั้งประวัติศาสตร์มักดำเนินซ้ำรอยเดิม สงครามครั้งใหม่จึงส่อเค้าขึ้นมา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม วันหนึ่งผู้พิทักษ์ตระหนักว่าอารยธรรมกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดเสื่อมและเหล่าผู้พิทักษ์เริ่มกวาดล้างมันออกไป มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ไร้ซึ่งพลังอำนาจที่เคยมีและไม่สามารถต้านทานพลังการโจมตีของผู้พิทักษ์ได้เลย หนทางเดียวที่เป็นไปได้คือลี้ภัย ในเวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้นที่อารยธรรมของมนุษย์ถูกทำลายล้างอย่างถอนรากถอนโคนและอาณาจักรโบราณต่าง ๆ กลายเป็นเพียงบันทึกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์

 
  ช่วงเวลาแห่งความมืดมน

ระหว่างการตามล่าร่องรอยสุดท้ายของอารยธรรมแห่งมนุษยชาติ เหล่าผู้พิทักษ์เข้าเผชิญหน้ากับพวกมังกรและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และประกาศตนเป็นปรปักษ์เนื่องจากมีอำนาจมหาศาล

แต่เหล่าผู้พิทักษ์ก็เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้นมา เหล่าผู้พิทักษ์จึงถูกทำลายลงไปเรื่อย ๆ ในที่สุดระบบกลไกคำสั่งของผู้พิทักษ์ก็ทำงานผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุและเหล่าผู้พิทักษ์ก็หลับใหลไปในที่สุด มนุษย์ที่ยังคงมีชีวิตรอดสูญเสียทุกสิ่งในชีวิต ทั้งทรัพย์สมบัติ อารยธรรม และภูมิปัญญาความรู้ แต่ยังมีผู้อื่นที่ทุกข์ทรมานจากความสูญเสียไม่ต่างกัน ตอนนี้พวกเขาต่างมีชีวิตอยู่ดังเช่นเมื่อครั้งที่โลกเพิ่งสร้างขึ้น ปราศจากเวทมนตร์และเครื่องยนต์กลไก ชีวิตถูกผลักดันไปตามความกลัว ความไร้สติ และความเชื่องมงาย ไม่สามารถก้าวออกไปข้างนอกได้ ช่วงเวลานี้เรียกกันว่า Epoch of Darkness (ช่วงเวลาแห่งความมืดมน) และในที่สุดผู้ที่รอดชีวิตจาก Ancient Kingdoms (อาณาจักรโบราณ) ก็ได้พัฒนาวัฒนธรรมใหม่ทั้งหมดและปัจจุบันรู้จักกันในชื่อว่า ชนป่าเถื่อน